ฐานการบัญชี

AI เปลี่ยนการเรียน: นักเรียนใช้หาคำตอบ, ครูห่วงทักษะคิด!

ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาอย่างที่ไม่มีเทคโนโลยีใดเคยทำได้ จนครูส่วนใหญ่เชื่อว่าผลกระทบของ AI จะยิ่งใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ตหรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์เสียอีก แต่คำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาคือ AI กำลังช่วยพัฒนาหรือบ่อนทำลายทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียนกันแน่

ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าครูทั่วโลกต่างกังวลว่า AI ทำให้นักเรียนขาดการคิดวิเคราะห์ โดยกว่าครึ่งหนึ่งมองว่า AI ทำให้การเรียนรู้ทักษะที่สำคัญนี้ยากขึ้น Joann Purcell ครูสอนคณิตศาสตร์ถึงกับกล่าวว่า AI ยังไม่แม่นยำพอที่จะสร้างโจทย์คณิตศาสตร์ที่ดี และการแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตนเองก็เสียเวลาพอๆ กับการสร้างโจทย์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

เด็กๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านการเรียนหรือสมาธิ มักจะใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยทำการบ้าน จากผลสำรวจล่าสุดในกลุ่มเด็กอายุ 9-17 ปี พบว่านักเรียนที่เป็นกังวลเรื่องการเรียนและนักเรียนที่มีปัญหาด้านสมาธิมักจะหันไปใช้ AI บ่อยครั้ง สิ่งนี้เป็นตัวชี้ให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นทางออกที่ง่ายสำหรับนักเรียน แทนที่จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการคิด

ในทางกลับกัน Christa Corricelli ครูการศึกษาพิเศษชี้ว่า AI มีศักยภาพที่จะเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าหากใช้งานอย่างถูกวิธี แต่ปัญหากลับอยู่ที่นักเรียนส่วนใหญ่มักใช้ AI เป็นเพียง “เครื่องตอบคำถาม” แทนที่จะเป็น “เครื่องมือกระตุ้นการคิด” เธอเกรงว่าทักษะการคิดเชิงวิพากษ์จะลดลงในหมู่นักเรียนที่ไม่มีแรงจูงใจในการคิดด้วยตนเอง

แล้วจะมีทางออกอย่างไร? ครูส่วนใหญ่เกือบ 80% เห็นตรงกันว่าโรงเรียนควรรวมการสอน “การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ” ไว้ในหลักสูตร นักการศึกษาอย่าง Mallory Newall จาก Ipsos ย้ำว่า AI จะไม่หายไปไหน ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่สถาบันการศึกษาจะต้องลงมือทำ เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมสร้างการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง โดยไม่บ่อนทำลายศักยภาพในการคิดของตนเอง

แม้ว่า AI จะนำมาซึ่งความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสมากมายในการพลิกโฉมการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น บทบาทของครูจะเปลี่ยนไปเป็นการสอนให้นักเรียนรู้จักตรวจสอบและตั้งคำถามกับสิ่งที่ AI สร้างขึ้นมา เพื่อให้พวกเขาสามารถมองโลกได้อย่างรอบด้านและพึ่งพาตนเองได้ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นนี้